ประวัติของมันนั้น ถ้าผมเล่าไปคงได้ลงในกระทู้ยุทธโธปกรณ์แล้วน่ะสิ เพราะของชิ้นนี้กำเนิดขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 คิดค้นในประเทศอังกฤษ โดย Geoffrey Pyke ที่ได้รับโจทย์ให้ค้นคว้ายุทธโธปกรณ์ราคาถูก แล้วลงเอยด้วยความบังเอิญ กลายเป็นน้ำแข็งขี้เลื่อย
นาม ไพครีต แล้วนำสิ่งประดิษฐ์นี้นำเสนอแก่นาย Louis Mountbatten ในห้องอาบน้ำ พบว่ามันมีน้ำหนักเบา ลอยน้ำได้ กันแรงกระแทกสูงๆ เช่นกระสุนไรเฟิลและระเบิดแรงสูงได้ (จริงๆ นะไม่ได้โม้) แต่การทดลองไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะการทดลองที่ว่านั้นเอาไปใช้ทำเรือล่องมหาสมุทธแถบคาริเบียนฤดูร้อนในช่วงที่ร้อนจัด แต่ผลที่ได้นั้นไม่ละลาย เอาไปทดสอบเป่าไฟแถมยังกันไฟได้ด้วย

เมื่อได้เช่นนั้น ก็นำมาวิจัยและสร้างอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบังเกอร์เอย เรือรบไพครีต และยังมีการพัฒนาอีกขั้น ไพครีตเหลว เพื่อใช้แช่แข็งทางรถไฟของอักษะในฤดูหนาวด้วย จึงเป็นยุทธโธปกรณ์ที่มีราคาถูกที่สุด
แต่มาช้าไปหน่อย เพราะกว่าจะถึงรูปพรรณนั้น เยอรมันที่นำโดยพรรคนาซีได้ยอมแพ้ไปแล้ว ความซวยซ้ำซ้อนแบบเกิดไม่ได้ ดั่ง เซิร์กสร้างฐานไม่ทันเพราะโดนโพรทอสรุมทึ้งไปแล้วรอบนึง ดันโดนเทอร์แรนต์รุมซ้ำ นั่นคือระเบิดนิวเคลียร์ยังไปเบียดสิ่งประดิษฐ์ไพครีตตกโต๊ะอีกต่างหาก ระเบิดนิวเคลียร์เป็นเรื่องที่ฮือฮามากไม่เว้นอังกฤษเอง จนกลายเป็นว่าไพครีตเป็นวัสดุที่ไร้ค่าและจบลงอย่าง Bad End :'(

ไพครีตเองนั้นยังมีประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง คือ สามารถเก็บความเย็นได้นานกว่าน้ำแข็งปกติ และละลายช้ามาก แต่ยังไม่มีใครนำไปประยุกต์เป็นรูปธรรมนอกจากใช้เป็นบทเรียนทดลองทางวิทยาศาสตร์ในห้องเรียนต่อไป
ก็จบลงเพียงเท่านี้แล
ที่มา บอร์ดดราม่า คลิกเลย(เราเขียนเองแหละ แต่เอามาเผยแพร่ให้เป็นความรู้)
ขอขอบคุณ
/หนังสือประวัติศาสตร์โหด มัน ฮา เรื่องของศตวรรษที่ 20
/วิกิ ไพครีต http://en.wikipedia.org/wiki/Pykrete ภาษาไทยยังไม่มีเลย จะซวยไปไหน :'(
/วิกิอีกท่าน Geoffrey Pyke http://en.wikipedia....i/Geoffrey_Pyke
/Brainiac: History Ab(us)e ที่ช่วยตอกย้ำว่ายังไม่สูญพันธุ์

















