http://www.oknation....1/02/25/entry-2

ตำนานของ “ทหารรับจ้าง” หรือที่หลายๆ คนเรียกว่า “นักรบรับจ้าง” ซึ่งตรงกับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ว่า Mercenary นั้นมีมาตั้งแต่อดีตกาล ในสงครามยุคโบราณล้วนมีการบันทึกถึงนักรบรับจ้าง ที่ยอมแลก “ชีวิต” เพื่อให้ได้มาซึ่งเกียรติยศ ชื่อเสียง และทรัพย์สินเงินทอง
ตัวอย่าง เช่น ฟาโรห์รามีเสสที่ 2 แห่งอียิปต์ได้ใช้ทหารรับจ้างจากลิเบีย และซีเรียจำนวนกว่า 11,000 คนมาประจำการในกองทัพของพระองค์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ก่อนคริสตกาล เพื่อทำการรบในนามของกองทัพอียิปต์
นอกจากนี้จาก บันทึกประวัติศาสตร์การรบในยุโรปปลายยุคกลางจนถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 จะเห็นชื่อของหน่วย “คอนดอตติเอโร (Condottiero)” ซึ่งเป็นกองทหารรับจ้างจากประเทศอิตาลีปรากฏอยู่หลายครั้งหลายครา โดยหน่วยทหารดังกล่าวเป็นหน่วยทหารอิสระ ไม่ขึ้นการบังคับบัญชากับรัฐใด พวกเขาจะปฏิบัติหน้าที่ก็ต่อเมื่อถูกว่าจ้างจากนครรัฐในอิตาลีหรือจากพระ สันตะปาปาเท่านั้น
ในสงครามยุคปัจจุบันทหารรับจ้าง ได้กลายเป็นหน่วยทหารที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายดัง เช่น ทหารกรุข่านแห่งเนปาลก็ถือเป็นนักรบรับจ้างชั้นเยี่ยมของอังกฤษ หรือทหารรับจ้างจากแอฟริกาใต้ที่เข้าไปทำสงครามในประเทศคองโกในช่วงปี 1960 – 1965
บางประเทศถึงกับมีการส่งออกทหารรับจ้างออกไปรับจ้างรบกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เช่น ทหารรับจ้างจากสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส รัสเซีย โบลิเวีย ฟิลิปปินส์ และอูกานดา เป็นต้น ซึ่งหากทหารรับจ้างเหล่านี้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จ มีชีวิตรอดกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนได้ พวกเขาก็จะมีรายได้จำนวนมากให้กับตนเองและครอบครัวเลยทีเดียว
กุรข่าน (กรุข่า) เป็นพวกนักรบภูเขาของเนปาล ในอดีต สมัยล่าอาณานิคม อังกฤษ เกณฑ์ พวกอินเดียไปรบกับพวก กุรข่าน.. พวกอินเดีย ส่ายหัว หนีทัพกันเกือบหมด อังกฤษ เลยต้องออกแรงเหนื่อยเอง รบหลายรอบ ไม่จบไม่สิ้น พวก อังกฤษ เลยขอจ้าง ให้เข้ากองทัพซะเลย ผ่านมา 200 ปี ปัจจุบันประเทศที่ว่าจ้างคือ อังกฤษและสิงค์โปร์ บรูไน
มีด คุริ คุริ เอกลักษณ์ของกุรข่าน ที่ออกแบบมาเพื่อเวลาแทงท้องมีดจะตัดกระบังลม (ตายสนิท) นอกจากนั้น ความโค้งแบบประหลาดของมันทำให้ ศัตรูกะความยาวของมีดจริงๆ เวลาปะทะไม่ถูก

กองพลทหารรับจ้างต่างด้าวฝรั่งเศส Foreign Legion ส่วนมากรับจากประเทศอดีตอาณานิคม ปัจจุบันรับจากทุกสารทิศ ขอให้พูดฟังฝรั่งเศสได้ เคยรับราชการทหาร แต่การคัดเลือกผ่านหลักสูตรโหดและหินสุดๆ เกียรติประวัติการรบสูงมาก ในอดีตสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ดูแลประเทศอาณานิคม เข้ารบในทุกๆสงครามที่ฝรั่งเศสเกี่ยวข้อง

พวกที่รับจ้างผ่านรัฐบาลยังมีอีกหลายประเทศ คือ พวก สเปน เวลารับน้องทหารใหม่ให้ใช้ลิ้นทำความสะอาดโรงครัวด้วย เกณฑ์ การรับก็ประมาณคล้ายๆกับของฝรั่งเศล แต่รู้ศึกจะต้องมีวีซ่าเข้าประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วย แล้วก็พูดภาษาสเปนได้คล่อง เออเห็นมีผู้หญิงประจำการด้วย
มุสลิมบอสเนียก็จ้างกับเขาเหมือนกันตอนสงครามบอสเนีย มีทหารรับจ้างกองพลน้อยมุสลิมนานาชาติที่ 7 ได้รับทุน+อาวุธ กำลังพล จากซาอุฯ กับอิหร่าน รู้สึกมีมูญาฯ ที่เป็นชาวอาหรับ ที่ผ่านสงครามอัฟกานิสถานเข้าไปรบเพียบแต่รบกับพวกเซอร์บ +โครแอทไม่ไหว เพราะพวกนี้ชำนาญพื้นที่มากกว่า แล้วสภาพภูมิประเทศก็คนละเรื่องเลยกับอัฟกานิสถาน แถบนี้มันหิมะตกหนาวนรก..
พวกเอกชนที่ทำมาหากินกับสงครามยุคใหม่ พวกแรกสุดคือ Eeben Barlow ผู้ก่อตั้ง เป็นบริษัทแรกๆที่เรียกตัวเองว่า Private Military Company จริงๆแล้วก็คือทหารรับจ้างน่ะแหละ แต่ถือเป็นแบบแผนของบริษัทแนวนี้ในสมัยต่อๆมา ก่อตั้งเมื่อ1989 ที่แอฟริกาใต้ มักจะโดนเพ่งเล็งเรื่องการรับจ้างนำทหารไปควบคุมแหล่งทรัพยากรในประเทศแถบ แอฟริกาที่กำลังเกิดวิกฤต สุดท้ายก็ล่มสลายไปในปี1999 เมื่อแอฟริกาใต้ออกกฎหมายเพื่อจำกัดและควบคุมพวกทหารรับจ้าง
นอกจากนั้นยังมีพวก ทหารรับจ้างที่ไม่สังกัด บริษัท พวกนี้ มาจากทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นนักเลงข้าง ถนน อาญากรหนีคดี หรือ ทหารเก่า.. แต่กองทัพหลายๆที่ใน อาฟริกาก็ยินดีต้อนรับว่ะ แลกกับ ข้าวกิน 3 มื้อ และเบี้ยเลี้ยง 20 เหรียญต่อวัน แต่รายได้หลักของทหารรับจ้างถ่อยๆพวกนี้มาจากการปล้นครับ.. ตอนสงครามที่ คองโก จบลงมีหารรับจ้างบางคนมามือเปล่า แต่ตอนจะกลับเอาเครื่องบินขนของกลับคนเดียวเต็มลำ!! ในรูปคือ นายพลกองทหารรับจ้า้งชาวฝรั่งเศส ที่ใช้ทหารรับจ้างรัฐประหารยึดประเทศ อังโกล่า แล้วฝรั่งเศสก็แอบลักพาตัวไปติดคุก
Eric Prince ลูกชายของอภิมหาเศษฐี ผู้ก่อตั้ง American research lab ได้ขายกิจการทุกอย่างของครอบครัวมูลค่า 1,300 ล้าน ดอลลาห์ เพื่อก่อตั้ง บริษัท ทหารรับจ้าง!!
Eric Prince เป็นอดีต หน่วยรบพิเศษคือ navy seal! ตอนนั้น เขาเพิ่งอายุ 27 ปี แต่ด้วยอำนาจและเส้นสายของครอบครัวที่เป็น ผู้สนับสนุนพรรครายใหญ่ ทำให้เขาเสนอแนวทางสงครามยุคใหม่นี้กับ ทำเนียบขาว ได้ไม่ยาก.
บนพื้นที่หลายร้อยเอเคอร์ ใน รัฐนอร์ทแคโรไรน่า เป็นที่ตั้งของ blackwater ซึ่งฉากหน้าคือการรับรักษาความปลอดภัย บุคคลสำคัญต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะ นักการทูตสหรัฐ
ตั้งแต่ 1994 เป็นต้นมา กระทรวงกลาโหม สหรัฐ จ้างทหารรับจ้าง กว่า 24 บริษัท ในสัญญากว่า 3,061 ฉบับ ใช้เงินไปกว่า 3 แสนล้านดอลลาห์!!! 

ธุรกิจ “ทหารรับจ้าง” ของสหรัฐอเมริกาเฟื่องฟูอย่างมากในปี 2004 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเซ็นสัญญาว่าจ้างบริษัทแบล็ควอเตอร์ (Blackwater) ให้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติภารกิจด้านการทหารในอิรัก ส่งผลให้ชื่อของ “แบล็ควอเตอร์” กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
โดย เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเดือนมีนาคม 2004 ที่สมาชิกสี่นายของบริษัทดังกล่าวถูกสังหารขณะปฏิบัติหน้าที่คุ้มกันขบวน ลำเลียงอาหารและยุทธภัณฑ์ในพื้นที่เมืองฟัลลูจาห์ (Fallujah) โดยรถยนต์นั่งตรวจการณ์ของคนทั้งสี่แล่นออกนอกเส้นทางที่กำหนด ก่อนที่จะผ่านเข้าไปในย่านชุมชนของเมืองและถูกระดมยิงจนเกิดไฟลุกท่วมทั้ง คัน สามในสี่ของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายถูกระบุว่า เป็นอดีตหน่วยรบพิเศษที่มีประสบการณ์ในการสู้รบมาหลายสมรภูมิก่อนที่จะลาออก จากกองทัพมารับภารกิจเป็นนักรบรับจ้างให้กับแบล็ควอเตอร์
ศพของทั้ง สี่ถูกประชาชนลากไปตามท้องถนนแล้วแขวนประจานไว้กับโครงสะพานท่ามกลางการโห่ ร้องแสดงความยินดีของชาวเมือง ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากการโจมตีเมืองฟัลลูจาห์เป็นครั้งแรก
นับจากนั้นมาเรื่องราว อันน่าสนใจของแบล็ควอเตอร์ก็เริ่มหลั่งไหลพรั่งพรูออกมาสู่สาธารณชน สิ่งที่น่าทึ่งก็คือ แบล็ควอเตอร์นั้นเป็นบริษัทเอกชนที่ประกอบกิจการด้านการทหารหรือ PMC ของสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 1996

เริ่มต้นด้วยการเป็นสถานที่ฝึกทางยุทธวิธีให้กับอดีตกำลังพลของกองทัพหรือ พลเรือนทั่วไปที่สนใจในการใช้อาวุธ หรือการปฏิบัติการรบ โดยมีที่ตั้งของสนามฝึกอยู่ในพื้นที่ป่ารกร้างอันกว้างใหญ่ถึง 5,200 เอเคอร์ของมลรัฐนอร์ท แคโรไลนา (North Carolina)
ส่วนสำนักงานนั้น ตั้งอยู่ที่เมืองแมคลีน (McLean) มลรัฐเวอร์จิเนีย (Virginia) ใกล้ๆ กับสำนักงานใหญ่ของหน่วยข่าวกรองกลางหรือ ซี ไอ เอ นั่นเอง จนถึงปัจจุบันมีทหารรับจ้างอยู่ในสังกัดเป็นจำนวนกว่า 20,000 นาย
และที่น่าสนใจก็คือ แบล็ควอเตอร์มีกองกำลังทางอากาศเป็นของตนเอง ประกอบด้วยอากาศยานกว่า 20 ลำ ซึ่งในจำนวนนี้มีอากาศยานปีกหมุนติดอาวุธโจมตีภาคพื้นดิน หรือเฮลิคอปเตอร์กันชิพ (Gunship Helicopter) จำนวนหนึ่งด้วย
อีริค ปริ้นซ์ (Erik Prince)
ผู้ก่อตั้งแบล็ควอเตอร์คือ อีริค ปริ้นซ์ (Erik Prince) อดีตนายทหารจากหน่วยเนวี ซีล (Navy Seal) อันเลื่องชื่อของสหรัฐฯ ผู้ซึ่งมีประวัติของการเป็นพวกเคร่งศาสนาและนิยมขวาจัด จนถูกมองว่าเขาเป็นตัวแทนของสงครามครูเสดยุคใหม่
ปริ้นซ์มาจากครอบครัวนายธนาคารที่มั่งคั่งและเป็นผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่อดีตประธานาธิบดีจอร์ช ดับเบิลยู บุช ส่งผลให้แบล็ควอเตอร์ได้รับการว่าจ้างจากรัฐบาลสหรัฐฯ ให้เป็นผู้รับผิดชอบงานด้านการรักษาความปลอดภัยต่างๆ อย่างมากมาย ดังปรากฏข้อความอยู่ในเวปไซด์ของบริษัทว่า
“ ... บริษัทของเรารับดำเนินการต่างๆ เพื่อความมั่นคงของโลกในศตวรรษที่ 21 รวมทั้งแก้ปัญหาด้วยการดำเนินการทางยุทธวิธีในหลายรูปแบบ โดยมีประวัติในการรับดำเนินการให้กับหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงบริษัทข้ามชาติต่างๆ ทั้งในสหรัฐฯ และมิตรประเทศทั่วโลก ... ”
บริษัทแบล็ควอเตอร์นับเป็นบริษัทที่อัตราการเจริญเติบโตสูงมากบริษัทหนึ่ง นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 เนื่องจากมีผลกำไรจากการประกอบการจำนวนมหาศาล ทหารรับจ้างส่วนใหญ่ของแบล็ควอเตอร์มาจากอดีตกำลังพลของกองทัพสหรัฐฯ โดยเฉพาะหน่วยเนวี่ ซีล และหน่วยรบพิเศษของนาวิกโยธิน รวมไปถึงหน่วยสวาท (SWAT) ของตำรวจสหรัฐฯ และทหารรับจ้างจากทั่วโลก

บริษัทแบล็ควอเตอร์นับเป็นบริษัทที่อัตราการเจริญเติบโตสูงมากบริษัทหนึ่ง นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 เนื่องจากมีผลกำไรจากการประกอบการจำนวนมหาศาล ทหารรับจ้างส่วนใหญ่ของแบล็ควอเตอร์มาจากอดีตกำลังพลของกองทัพสหรัฐฯ โดยเฉพาะหน่วยเนวี่ ซีล และหน่วยรบพิเศษของนาวิกโยธิน รวมไปถึงหน่วยสวาท (SWAT) ของตำรวจสหรัฐฯ และทหารรับจ้างจากทั่วโลก
สำหรับผู้ว่าจ้าง ส่วนใหญ่ของบริษัทก็คือกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ หรือ “เพนตากอน” นั่นเอง ตัวอย่างเช่น ในปี 2002 แบล็ควอเตอร์เซ็นสัญญา 5 ปีมูลค่า 37 ล้านเหรียญกับกองทัพเรือสหรัฐฯ ในการจัดการฝึกให้กับกำลังพลของกองทัพเรือในการรักษาความปลอดภัยบนเรือ การจัดชุดระวังป้องกัน เทคนิคการค้นหาและเข้ายึดที่หมาย เป็นต้น
นอก จากนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ของปีเดียวกัน แบล็ควอเตอร์ยังได้รับการว่าจ้างจากรัฐบาลชิลีในการฝึกกำลังพลชุดคอมมานโด ในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ เช่น การจู่โจมและการตรวจค้นเพื่อเตรียมการเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจกับกองทัพสหรัฐฯ ในอิรัก และในปี 2003 บริษัทก็เซ็นสัญญามูลค่า 21 ล้านเหรียญกับกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ในการรักษาความปลอดภัยให้กับนายเลวิส พอล เบรเมอร์ ผู้บริหารสูงสุดของสหรัฐฯ ในช่วงที่เข้ายึดครองอิรักโดยจัดกำลังพลทหารรับจ้างพร้อมเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำทำหน้าที่ในการคุ้มกัน
อย่างไรก็ตามในห้วงเวลาที่ผ่านมา ประวัติและชื่อเสียงของแบล็กวอเตอร์ต้องด่างพร้อยไปอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยิงใส่ฝูงชนชาวอิรักกลางกรุงแบกแดดเมื่อปี 2007 ทำให้หน่วยรักษาความปลอดภัยและประชาชนผู้บริสุทธิ์ชาวอิรักเสียชีวิตถึง 17คน โดยทางการอิรักถึงกับมีการออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับการเข้ามาปฏิบัติภารกิจของ นักรบรับจ้างจากบริษัทแบล็ควอเตอร์ รวมถึงจะไม่ต่ออายุสัญญาการปฏิบัติงานและวีซ่าให้กับบุคคลเหล่านี้
แม้ แต่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เองก็มีการประกาศยกเลิกสัญญาว่าจ้างบริษัทแบล็ควอเตอร์และเหล่านักรบรับจ้าง ของบริษัท ในการปฏิบัติภารกิจในการรักษาความปลอดภัยและคุ้มกันบุคลากรของกระทรวงฯ ที่ปฏิบัติงานอยู่ในอิรัก อีกทั้งมีการดำเนินคดีนักรบรับจ้างของแบล็กวอเตอร์ 5 นายที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอีกด้วย
แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะคลุม เครือ ไม่ชัดเจนและเต็มไปด้วยความสับสน เพราะแม้ว่าแบล็ควอเตอร์จะหมดสัญญาจ้างไปแล้วตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีการให้เอกสิทธิ์พิเศษแก่สมาชิกของบริษัทในการเดินทางเข้าไป ปฏิบัติภารกิจเฉพาะในอิรักจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้แบล็ควอเตอร์ก็ยังถือสัญญาว่าจ้างในการปฏิบัติภารกิจในอัฟกานิสถานอยู่อย่างสมบูรณ์ รวมทั้งยังคงมีเครือข่ายทางด้านการจารกรรมกับบริษัทย่อยนับพันบริษัทที่ กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลกในการป้อนข้อมูลเกี่ยวกับการต่อต้านการก่อการร้าย หรือการปกป้องสหรัฐฯ จากการโจมตีของกลุ่มต่างๆ เพื่อส่งต่อให้หน่วยข่าวกรองบางหน่วยของรัฐบาลสหรัฐฯ ตลอดจนยังคงรับงานจารกรรมข้อมูลสำคัญทางด้านธุรกิจการค้าของบริษัทเอกชน ต่างๆ รวมไปถึงการจัดส่งทหารรับจ้างเข้าไปในประเทศบางประเทศด้วยค่าจ้างที่สูง ลิบลิ่วอีกด้วย
รวมทั้งยังมีบริษัทลูกที่ชื่อ แม็คอาเธอร์รับจ้างคุ้มกันขบวนเรือสินค้าและกำจัดโจรสลัดในน่านน้ำสากลใน บริเวณอ่าวอีเดนของประเทศโซมาเลีย โดยใช้เรือรบของบริษัทที่มีความยาว 184 ฟุตอีกจำนวนหนึ่งทำหน้าที่ในการคุ้มกันอีกด้วย

ใน เดือนมกราคม 2007 เฮลิคอปเตอร์ลิตเติ้ลเบิร์ดของแบล็ควอเตอร์ถูกยิงตกเป็นครั้งแรก ขณะปฏิบัติการบินคุ้มกันขบวนของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ในอิรัก สมาชิกแบล็ควอเตอร์ทั้ง 5 นายบนเครื่องเสียชีวิต
ความจริง จึงเปิดเผยออกมาว่า นักบินที่เสียชีวิตเคยเป็นนักบินของกองทัพสหรัฐนานเกือบ 40 ปี ก่อนที่จะออกมาเป็นนักบินรับจ้างให้แบล็ควอเตอร์ กล่าวกันว่า เขาเป็นสุดยอดนักบินในวงการเฮลิคอปเตอร์คนหนึ่งของสหรัฐฯ เลยทีเดียว พลประจำเครื่องคนหนึ่งถูกยิงเข้าที่ศีรษะขณะกำลังยิงต่อสู้กับกลุ่มต่อต้าน ที่อยู่เบื้องล่าง ส่วนพลประจำเครื่องที่เหลือเสียชีวิตขณะเครื่องตกกระทบลงกับพื้น หนึ่งในนั้นคือ อาร์ท ลากูนา (Art Laguna) ผู้ซึ่งได้ส่งอีเมล์กลับไปที่บ้านที่ยูท่าห์ก่อนเสียชีวิตไม่กี่วันว่า

“ ... พวกเราทุกคนจะเป็นหน่วยที่มีความรวดเร็วในการตอบโต้ (Quick Reaction Forces) … เร็วกว่ากองทัพ ... เพราะกว่าที่กองทัพจะดำเนินการใดๆ พวกเขาต้องรอการอนุมัติตามสายงานการบังคับบัญชา แต่ในแบล็ควอเตอร์ ใครก็สามารถตัดสินใจตอบโต้ได้ด้วยตัวของเขาเอง มีครั้งหนึ่งในเดือนตุลาคม 2006 ขณะที่เครื่องลิตเติ้ลเบิร์ดของเรา 2 ลำบินลาดตระเวนอยู่เหนือแบกแดดอยู่นั้น ก็เห็นรถฮัมวี่ของกองทัพบกถูกโจมตีด้วยระเบิดแสวงเครื่องที่ฝังอยู่ข้างถนน พวกเราไม่เคยรอให้ใครสั่งการ หรือขออนุมัติจากใคร ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เฮลิคอปเตอร์ของเราลำหนึ่งร่อนลงสู่พื้นทันที เพื่อช่วยเหลือในการลำเลียงทหารที่บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ส่วนเฮลิคอปเตอร์อีกลำบินวนอยู่เหนือบริเวณดังกล่าวเพื่อคอยให้การคุ้มกัน ... พวกทหารที่เห็นพวกเราบนท้องฟ้า มักพูดกันเสมอว่า ไม่มีวันที่พวกเขาจะรับมอบหมายให้ทำงานที่เสี่ยงตายแบบไม่มีหลักประกันอย่าง นี้เด็ดขาด ... บนท้องฟ้านั่นแหละคือพวกเรา ... นักรบแบล็ควอเตอร์ …”

นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวของนักรบรับจ้างแบล็ควอเตอร์ ที่ถูกสังคมมองออกเป็นสองมุมมอง “นักรบกล้า” หรือ “ฆาตกร” แต่ไม่ว่าจะถูกมองในมุมใดก็ตาม กองทัพสหรัฐฯ ก็ยังคงเรียกใช้พวกเขาอยู่ตลอดเวลา เหตุผลหนึ่งก็คือ ... พวกเขาเหล่านี้เสียชีวิตได้โดยที่ประเทศสหรัฐฯ ไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ... พวกเขาเสียชีวิตได้โดยที่ไม่ต้องทำการบันทึกลงในบัญชีรายชื่อกำลังพลที่เสีย ชีวิตในการรบ ... และเสียชีวิตได้โดยไม่ต้องการคำยกย่องสรรเสริญหรือเหรียญตราใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้พวกเขา “เหล่านักรบรับจ้าง” จะยังคงเป็นตัวละครตัวสำคัญในสมรภูมิต่างๆ ทั่วโลกต่อไปอีกตราบนานเท่านาน

และแล้ววันแห่งความ อัปยศก็มาถึง.. ขณะคุ้มกัน ขบวนรถอยู่ใน แบกแดด มีรถตู้คันหนึ่งเร่งความเร็วเข้าใส่ ขบวนคุ้มกันที่ blackwater คุ้มกันอยู่ พวก ทหารรับจ้างยิงใส่รถนั้นซะพรุน เพราะสงสัยเป็น car bomb ผลคือ คนบริสุทธิ์ ตายไป 17 คน..
Eric Prince CEO ของ blackwater ถูกนำขึ้นศาล และอีกหลายกระทงรวมทั้ง เรื่องยัดเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ได้งานใน อิรัค..
ผลประกอบการของ บ. Blackwater จากสัญญา คุ้มครองนักการทูต สหรัฐทั่วโลก..340 ล้าน ดอลลาห์/ปี ไม่เปิดเผย.. 75 ล้านดอลลาห์ กำไรสุทธินับจากปี 2000 =505 ล้านดอลลาห์.. รูป คนของ blackwater กำลังคุ้มกัน ฮามิด คาไซ ผู้นำอัฟกันนิสถาน
นี่คือ ป้าย หน้าที่ตั้ง blackwater ที่ถูกผู้ประท้วงสงครามใน สหรัฐ ป้ายสีซะเละ แล้วด่า Eric Prince ว่า พวกค้ากำไรจากความตายและสงคราม!!
หลังจาก Eric Prince CEO ของ blackwater บรรษัททหารรับจ้างที่อื้อฉาวถูกฟ้อง เขาออกมาแฉ เรื่องราวของ ทหารรับจ้าง และ กองทัพอเมริกันทั้งหมดใน รายการ 60 minute เสียดาย clip ที่ว่าถูกลบออกไปจนหมด!! แต่หนังสือเรื่อง licence to kill ทำให้เราเข้าใจโลกที่เป็นธุรกิจคือสงครามและความตายนี้ได้..
Credit by : เมธา

















