อาวุธของพวกเธอครับ
ปืนที่เหล่า Witches ใช้กัน
MG 42
ผู้ใช้ พันโทมีน่า-เดียทลินด์ วิลเค่อะ อากาศโทเอริค่า ฮาร์ทมันน์ เรืออากาศเอกเกทรูเด้ บาร์กฮอร์น เรืออากาศโทเอล่า อิลมาตา ยูติไลเน่น ในภาคหนึ่งมีแต่นี้แต่ภาคสองมีอีกมากมาย


ปืนกล Machinengewehr MG 42 หรือปืนกลสแปนเดา (Spandau) นี้ เกิดขึ้นจากแนวความคิดของกองทัพเยอรมัน ที่ต้องการปืนกลที่มีประสิทธิภาพสูง มีสายการผลิตที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ผู้ที่รับแนวคิดนี้ไปทำให้เป็นความจริงคือ Dr. Grunow ผู้ซึ่งเป็นนักอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงของเยอรมัน ในการผลิตแบบสายการผลิตจำนวนมาก ที่ไม่ต้องการผู้G Gวชาญมาทำการผลิต ผลที่ได้ก็คือ ปืนกลที่ได้ชื่อว่า เป็นปืนกลที่ดีที่สุดในสงครามโลกครั้งที่สองชนิดหนึ่ง
ปืนกล MG 42 นำเอาปืนกลแบบ MG 34 มาประกอบใหม่ ใช้หลักการเดิม คือการผสมผสานระหว่างแรงสะท้อนของกระสุน และระบบแก๊ส ปืนกล MG 42 ใช้ระบบส่งกระสุนขนาด 7.92 มม. เหมือนปืนกล MG 34 คือใช้ได้ทั้งการใช้สายกระสุนขนาด 50 นัด และกล่องบรรจุกระสุนที่เรียกว่า ดรัม (Drum) ซึ่งดรัมนี้มสองแบบ คือ แบบดรัมเดียว และสองดรัมติดกัน มีอัตราการยิง 1200 นัดต่อนาที ระยะยิงไกลถึง 2,000 ม. หรือ 2 กม.
ยิง 1200 นัดต่อนาที เป็นอัตราการยิงที่สูงมากๆ สำหรับปืนกลลำกล้องเดียวทั้งในยุคนั้นและยุคนี้ด้วย
ปืนกล MG 42 มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในกองทัพเยอรมัน แม้ว่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับการสั่นของตัวปืน ขณะทำการยิง ส่งผลถึงความแม่นยำของการยิงก็ตาม มันถูกใช้อย่างแพร่หลายจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง และกลายเป็นต้นแบบของปืนกลยุคใหม่อย่างเช่น ปืนกล M 60 ของกองทัพสหรัฐอเมริกา
เป็นปืนกลหนักที่ดีที่สุดในสงครามโลกเลยครับ

สามคนในถาพแต่แบก MG 42 ไปสี่กระบอก
_______________________________________________________________________________________________________________
มาถึงอาวุธของหนูฟรานกันบ้าง


ปืนเวอร์ชั่น : M1919a6
ประเทศ : USA
กระสุน : .30-06 (7.62x63 mm)
แรงปะทะกระสุน : 3800-4500 จุล
พลังทำลาย : ปานกลาง-สูง
กระสุน : 7.62x51mm NATO
แรงปะทะกระสุน : 3300-4100 จุล
พลังทำลาย : สูง
กระสุน : .303 British
แรงปะทะกระสุน : 3200-3600 จุล
พลังทำลาย : ปานกลาง-สูง
กระสุน : 7.92x57mm Mauser
แรงปะทะกระสุน : 4000-5000 จุล
พลังทำลาย : สูง
ปีประจำการ : 1919–1970
เเม็กกาซีน : 250 นัด , หรือบรรจุกระสุนจากสายพานที่ต่อออกมาจากกระเป๋าสะพายขนาด 2,500 นัด
ระบบปฏิบัติการ : Recoil-operated/short-recoil operation
ระบบการยิง : FULL AUTO
อัตราการยิง : 400–600 RPM
น้ำหนัก : 14 kg - 15 kg
ระยะหวังผล : 1400 เมตร
ปืนรุ่นอื่นๆ : M1917A1 , MG38 , Wz.1930 , Ksp-36 , M1919A2 , M1919A4 , M1919A6
ประวัติ
เป็นปืนกลหนักที่เคยผ่านการใช้งานจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม สงครามบัช สงครามคองโก มาด้วยนั้นเอง
ปืน กลเบา Browning .30 Caliber M1919 ครับ ใชสายกระสุนขนาด .30-06 ในการทำการยิง ใช้ระบบ Recoil-operated ในการทำการยิง โหมดยิงช้ายิงได้ 400/นาที ยิงเร็ว 600/นาที มีญาติคือปืนกลหนัก Browning M2HB หรือปืนกล 93 นั่นละครับ แต่รุ่นนี้ใช้กระสุนขนาด 12.7 มม.หรือ .50 BMG ใช้สายกระสุนในการบรรจุและทำการยิงครับ
ปืนกลเบา Browning .30 Caliber M1919 ไม่เคยทำขนาด .50 หรือ 12.7 มม.นะครับ มีแต่ขนาด
1. .30-06
2. .308 Winchester (7.62?51 mm. NATO)
3. .303 British
4. 8 mm Mauser
มีแค่ 4 ขนาดนี้แค่นั้นครับ
_______________________________________________________________________________________________________________
ถึงปืนของลีเน่กันบ้าง

เป็นปืนที่กองทัพอังกฤษนำมาใช้ต่อต้านรถถังและยานเกราะเบาขนาดกระสุน.55
ใหญ่มาก MG42 กับ m1919 ใช้แค่ .30
แต่เคยได้ยินมาว่านักแม่นปืนอังกฤษเคย ไหปลาร้าแตกเพราะยิงปืนชนิดนี้มาแล้ว
มาดดูวีดีโอกัเถอะเผื่อจะเข้าใจมาขึ้น
และนี่เป็นปืนที่มีขนาดกระสุนใกล้เคียงกันแต่นำหนักเบากว่าเลยมีผลต่อการยิง
_______________________________________________________________________________________________________________
อาวุธของ Sanya
Fliegerhummer-


ไม่อยากจะเชื่อว่าจะหาข้อมูลมาได้และที่สำคัญว่ามันมีอยู่จริง!!!!!!!!!!!!!!!!!
ลุฟเฟาซ์ หรือแอร์ ฟิซท์("air fist")=ทุบชกอากาศ เป็นอาวุธต่อสู้อากาศยานประทับบ่ายิงแบบแรกของโลกและเยอรมัน มันเครื่องยิงจรวดขนาดเล็กหลายลำกล้อง ออกแบบโดย HASAG ย่อมาจากฮูโก ชไนเดอร์ เอจี (Hugo Schneider AG) เริ่มถูกนำมาใช้ในปี1944 ไปจนสิ้นสุดสงคราม ลุฟเฟาซ์แบ่งออกเป็นสามรุ่นดังนี้
LUFTFAUST A
LUFTFAUST B
Fliegerfaust รุนที่เป็นอาวุธต้นแบบต้นแบบของ Sanya
Luftfaust-A
เป็นลุฟเฟาซ์รุ่นแรก โดยออกแบบมาเพื่อทำลายเครื่องบินโจมตีภาคพื้นดินของศัตรู ด้วยจรวดขนาด2ซม.จำนวน5ลูก ตัวจรวดแต่ละลูกมีน้ำหนัก 90กรัมโดยที่ดินระเบิดมีน้ำหนัก19กรัม โดยเมื่อยิงซัลโวออกไปแล้วจรวดจะทำความเร็วได้ถึง 380เมตร/วินาที
LUFTFAUST-B
เวอร์ชั่นที่สองของลุฟเฟาซ์โดยได้แก้ไขข้อบกพร่องต่างๆของรุ่นเอ ในรุ่นนี้ได้เพิ่มจำนวนลำกล้องให้กลายเป็น9ท่อยิง ใช้เวลายิงจรวด0.2วินาที/ลูก ตัวปืนมีความยาว 150ซม.และมีน้ำหนัก 6.5กก. ในปี 1945 ได้มีการสั่งลุฟเฟาซ์รุ่นนี้เป็นจำนวนมาก แต่ก็ผลิตออกมาและใช้การรบเป็นจำนวน 80กระบอก

Fliegerfaust
ไฟร์เกอร์เฟาซ์ หรือแอร์เพลน ฟิซท์("airplane fist")=ทุกชกเครื่องบิน และไพลอต ฟิซท์ ("pilot fist")=ทุกชกนักบิน เป็นลุฟเฟาซ์เวอร์ชั่นที่สามและเป็นเวอร์ชั่นสุดท้าย ตัวปืนเหมือนกับต้นแบบทุกประการ แต่ได้เปลื่ยนขนาดจรวดให้ใหญ่ขึ้นเป็น 3ซม. ซึ่งเป็นคาลิเบอร์เดียวกับกระสุนของปืนใหญ่อากาศ( machine-cannon=แมชชีนแคนนอน) แบบ มาสชีนเนนคานอน เอ็มเค 108 (Maschinenkanone MK108) ที่ใช้บนเครื่องบินไอพ่น ME-262 ไฟร์เกอร์เฟาซ์ มี6ท่อยิง ตัวจรวดมีน้ำหนัก 330กรัม บรรทุกดินระเบิดหนัก 75กรัม ไม่มีใครทราบว่ามันใช้ได้ดีหรือไม่ในการรบ
ข้อมูลจำเพาะ
ลุฟเฟาซ์/ไฟร์เกอร์เฟาซ์
ชนิด ระบบจรวดพื้นสู่อากาศ
ผู้ผลิต นาซีเยอรมัน
ประวัติการใช้งาน
ปีเข้าประจำการ 1944 - 1945
ผู้ใช้ นาซึเยอรมัน
สงคราม สงครามโลกครั้งที่สอง
ประวัติการผลิต
ผู้ผลิต HASAG
ช่วงการผลิต 1943 - 1945
จำนวนผลิต 10,000กระบอก, จรวด 4ล้านลูก
รุ่น Luftfaust-A, Luftfaust B,Fliegerfaust
คุณสมบัติ
น้ำหนัก 6.5 กก. (พร้อมจรวด)
ความยาว ~ 1.5 เมตร
________________________________________
ความเร็วปากลำกล้อง 350 เมตร/วินาที
ระยะหวังผล 300-500 เมตร
_______________________________________________________________________________________________________________
ปืนของเพริน
หน้าตาประหลาดกลับหัวกลับหาง

ปืน Bren LMG
ปืนกลสนับสนุนชั้นยอดของกองทัพบกอังกฤษถึงแม้ว่ามันจะมีขนาดใหญ่โตทำให้ความคล่องตัวน้อยลงแต่ในการนอนยิงมันจะมีความแม่นยำสูงมาก
ข้อมูล
ประเภทLight machine gun
ผู้ใช้ อังกฤษ
ประจำการปี 1938-1958
หนัก10.35kg.
ยาว/ลำกล้องยาว1,156/653mm.
ขนาดกระสุน.303 cal
บรรจุ
-30 นัด Detachable Box Magazine
-100 นัด Pan Magazine
ระบบการทำงาน Gas-operated
อัตรายิง500-520นัด/นาที
ระยะหวังผล550 m.
4 ปืน Webley Revolver MK 4
_______________________________________________________________________________________________________________
นี่คือ Firearm ของ ชาร์ลี นั้นเอง เเถม เป็นปืนที่ผมชอบที่สุดของฝั่ง USA ใน WWII อีกด้วย


ปืน ไรเฟิลอัตโนมัติ BAR (BAR : Browning Automatic Rifle)
ใช้กระสุนขนาด .30-06 เหมือนปืน M1 Garand และปืน Springfield'03 ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ Gas-operated, open bolt ความจุ 20 นัด/แมกกาซีน อัตราการยิง 450-550 นัด
จะสังเกตได้ว่าปืนไรเฟิลหลายรุ่นของฝ่ายสหรัฐอเมริกา จะใช้กระสุนขนาดเดียวกันหมดคือขนาด .30-06 เนื่องจากเป็นนโยบายในการลดความยุ่งยากในการขนส่งเสบียงและยุทโธปกรณ์ต่างๆ ของฝ่ายพลาธิการ จนถึงปีค.ศ.1950 กระสุน .30-06 จึงถูกแทนที่ด้วยกระสุนขนาด .308 (7.62X51 mm. NATO) ของ Winchester แทน พร้อมกับนำปืนไรเฟิล M14 เข้ามาเป็นอาวุธประจำกายแทนที่ปืน M1 Garand ,M1 Carbine และ BAR
แต่กระสุนไรเฟิล .30-06 มีข้อเสียตรงที่อำนาจในการหยุดยั้งข้าศึกต่ำไปหน่อย กระสุนมันพุ่งทะลุผ่านเป้าหมายไปอย่างเดียวแต่ไม่ถ่ายโอนพลังงานจลใส่เป้า หมาย ในสมัยสงคราม มันจึงเป็นกระสุนไรเฟิลที่เหมาะสมสำหรับเก็บกวาดศัตรูจากระยะไกลซะมากกว่า นัน้เอง
ปืน BAR มีข้อเสียทั้งเลือกน้ำหนักที่หนักมากเอาเรื่อง แรงถีบที่มากเอาเรื่องด้วยเช่นกัน เเละเเถมยังบรรจุกระสุนได้น้อยอีก แต่มันก้เป็นปืนที่ยิงรัวได้เร็วใช้ได้ แต่มันจะส่ายเอามากๆเลย
_______________________________________________________________________________________________________________
ปืนType 99 LMG นั้น สามารถใส่ Drum Magazine ด้านล่างได้ครับ
ผมเอารูปปืนของโยชิกะกับผู้พันมาแปะไว้ก่อน ละกันเพราะยังแปลข้อมูลไม่เสร็จ55555+

แย่หน่อยที่รุ่นนี้ไม่เป็นที่นิยมเท่าไร













.jpg)









