ตอนที่ 5
เครื่องยนต์โรลส์-รอยส์ เมอร์ลิน (Rolls-Royce Merlin)
เครื่องยนต์ Rolls-Royce Merlin เป็นเครื่องยนต์หล่อเย็นด้วยของเหลว 27 ลิตร (1,649 ลูกบาศก์นิ้ว) ชนิดลูกสูบ V12 ซึ่งสร้างในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองโดยบริษัทลูก Rolls-Royce (Derby, Crewe, and Glasgow) ของบริษัท Ford ใน Trafford Park เมือง Manchester ซึ่งจดลิขสิทธิ์ในสหรัฐโดยบริษัท Packard
เครื่องยนต์ชนิดนี้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ของอากาศยาน ซึ่งประสบความสำเร็จมากที่สุดในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง และอาจเป็นเครื่องยนต์ลูกสูบที่ดีที่สุดสำหรับเครื่องบิน
เครื่องยนต์เมอร์ลินยังได้รับความนิยมในหมู่นักเล่นเครื่องบินจนถึงทุกวันนี้
เครื่องยนต์เมอร์ลินใช้งานใน P-51 Mustang, Supermarine Spitfire, Hawker Hurricane, De Havilland Mosquito, Avro Lancasterและ Curtiss P-40 เป็นต้น
เครื่องบิน Bell X-1 "Glamorous Glennis"
Bell X-1 หรือรหัสลับ XS-1 เป็นโครงงานวิจัยเครื่องบินความเร็วเหนือเสียง และเป็นเครื่องบินลำแรกที่สามารถทำความเร็วเหนือความเร็วเสียงในระนาบบินปกติ ซึ่งทำให้เกิดโครงการ X-Plane อื่นๆตามมา โดยเป็นการทดลองลับอื่นๆของสหรัฐที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอากาศยานชั้นสูง
วันที่ 14 ตุลาคม 1947 เครื่อง Bell X-1 เป็นเครื่องบินลำแรกที่บินเร็วเหนือเสียง โดยนักบินคือนายทหารของกองทัพอากาศสหรัฐ Charles E. Yeager (ชื่อเล่นว่า ชัค เยเกอร์)
เครื่องX-1 ทำความเร็วได้ 1,127 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือที่มัค 1.06 ที่ระดับความสูง 13,000 เมตร (43,000 ฟุต) เยเกอร์ตั้งชื่อเครื่องบินลำนี้ว่า Glamourous Glennis ตามชื่อภรรยาของเขา
ตอนที่ 6
เรดาร์ปฏิบัติการตอนกลางคืน Hirschgeweih (เขากวาง)
ในปี 1943 Luftwaffe (กองทัพอากาศเยอรมัน) ได้ติดตั้งเรดาร์ FuG 220 Lichtenstein SN-2 ทำงานที่ความยาวคลื่น 90 เมกะเฮิร์ทซ์ (ย่านความถี่ต่ำสุดของคลื่นกระจายเสียง VHF FM ในสหรัฐ) ซึ่งให้ความถี่ที่ได้รับคลื่นรบกวนจากสัญญาณอิเล็คโทรนิคส์น้อยกว่า
เรดาร์ SN-2 มีพิสัยไกลสุด 5 กิโลเมตร และใกล้สุด 500 เมตร แต่ต้องการเสาอากาศขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Hirschgeweih (เขากวาง)
เสาอากาศ Hirschgeweih ใช้งานในเครื่องบินทิ้งระเบิด Messerschmitt Bf110 G-4, Heinkel He 219 A-5 และ Messerschmitt Me 262 B-1a
Junkers Ju 52/3m
Junkers Ju 52 (ชื่อเล่น Tante Ju (ป้าจู) และ Iron AnnieX) เป็นเครื่องบินลำเลียงพลและทิ้งระเบิด ผลิตในระหว่างปี 1932 ถึง 1945 โดยบริษัท Junkers เครื่องบินชนิดนี้ถูกใช้งานโดยทั้งพลเรือนและในกองทัพ ระว่างทศวรรษที่ 1930 ถึง 1940
ในการใช้งานโดยพลเรือน เครื่องบินชนิดนี้ถูกใช้ในสายการบินมากกว่าสิบสาย รวมไปถึง Swiss Air และ Lufthansa โดยเป็นเครื่องบินโดยสารหรือเครื่องบินขนส่ง
ในการทหาร กองทัพอากาศเยอรมันใช้เครื่องบินชนิดนี้ในการลำเลียงพล และเป็นเครื่องทิ้งระเบิดขนาดกลาง
ซานย่าร้องเพลง Jazz Piano Ballad (Schräge Musik)
Schräge Musik ซึ่งเป็นชื่อที่เยอรมันใช้เรียกเพลงแจ๊ซ เป็นชื่อที่ใช้เรียกเครื่องบินที่ติดตั้งปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานซึ่งปฏิบัติการในเวลา
กลางคืน ของกองทัพอากาศเยอรมัน ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งช่วยให้สามารถโจมตีเครื่องบินทิ้งระเบิดของอังกฤษจากด้านล่าง โดยที่นักบินข้าศึกไม่รู้ตัว
เครื่องบินทิ้งระเบิดของอังกฤษในขณะนั้นจะไม่ติดตั้งปืนใต้ท้อง มีเพียงป้อมปืนหมุนซึ่งยากต่อการเล็งเป้าหมายในเวลากลางคืน
ห้องอบไอน้ำ เอล่าและโยชิกะซ่อนหลังก้อนหิน
มุกตลกของอิลมาริ ยูทิไลเน่น
มันเป็นช่วงเวลาสงบในระหว่างสงครามอันยาวนาน และฝูงบินยังอยู่ในแนวหลัง ในช่วงนั้นมีการก่อวินาศกรรมขึ้นนอกเขตที่มีการเฝ้ายาม ในครั้งหนึ่งพวกผู้ชายกำลังเดินผ่านป่ารกไปยังห้องอบไอน้ำ ท่ามกลางความมืด
ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังขึ้นจากป่า พวกเขาหมอบลงกับพื้น เตรียมตอบโต้
แต่พวกเขาได้ยินเสียงอิลลู (ชื่อเล่นของอิลมาริ) หัวเราะ
"บ้าจริงอิลลู เราเกือบยิงแกแล้วนะ" พวกเขาต่อว่า
หลังจากที่แต่ละคนเก็บปืนพกเข้าซองเรียบร้อยแล้ว ...
"พวกแกยิงฉันไม่โดนหรอก ฉันซ่อนอยู่หลังก้อนหิน" คือคำตอบจากป่าอันมืดมิด